ใส่สายยางให้อาหารสายยางนานเกินไป ส่งผลร้ายต่อร่างกายหรือไม่การใส่สายยางให้อาหาร (NG Tube) เป็นระยะเวลานาน ส่งผลกระทบต่อร่างกายแน่นอนครับ หากไม่มีการเปลี่ยนสายหรือดูแลอย่างถูกต้อง โดยปกติสายยางชนิดพลาสติกทั่วไป (PVC) ควรเปลี่ยนทุก 7–14 วัน ส่วนสายซิลิโคนอาจอยู่ได้นาน 1–3 เดือน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
ผลเสียและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากใส่ไว้นานเกินไปหรือดูแลไม่เหมาะสมครับ:
1. การบาดเจ็บและแผลกดทับเนื้อเยื่อ (Tissue Erosion)
จมูกและคอหอย: สายที่แช่อยู่ในตำแหน่งเดิมนานๆ จะกดทับเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้เกิดแผลพุพองหรือเนื้อตายบริเวณปีกจมูก รวมถึงอาการระคายเคืองในคอและหลอดอาหาร
ไซนัสอักเสบ: สายยางอาจไปขวางทางระบายของโพรงจมูก ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและนำไปสู่โรคไซนัสอักเสบได้
2. การเสื่อมสภาพของสาย (Tube Degradation)
สายแข็งตัว: น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีฤทธิ์เป็นกรด เมื่อทำปฏิกิริยากับสายยางนานๆ จะทำให้สายพลาสติกแข็งตัว (Stiff) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทิ่มแทงผนังกระเพาะหรือหลอดอาหารจนเป็นแผล
เชื้อราและแบคทีเรีย: คราบอาหารที่ล้างไม่หมดจะสะสมจนเกิดเป็นคราบดำหรือเชื้อราภายในสาย ซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยโดยตรง
3. ภาวะกลืนลำบากและการสำลัก (Disuse Atrophy)
กล้ามเนื้ออ่อนแรง: เมื่อไม่ได้ใช้ปากและคอในการเคี้ยวหรือกลืนเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องจะเริ่มฝ่อลีบ (Atrophy) ทำให้ความสามารถในการกลืนลดลงไปเรื่อยๆ
ความเสี่ยงการสำลัก: หากใส่สายไว้นานจนหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ (ปิดไม่สนิท) จะทำให้อาหารขย้อนกลับขึ้นมาและเสี่ยงต่อการสำลักลงปอดได้สูงขึ้น
4. ผลกระทบต่อช่องปากและทางเดินอาหาร
สุขภาพช่องปาก: ผู้ป่วยมักมีอาการปากแห้ง น้ำลายน้อย และเกิดคราบหินปูนหรือเชื้อราในปากได้ง่ายขึ้น เนื่องจากไม่ได้เคี้ยวอาหารตามธรรมชาติ
ลำไส้ทำงานช้าลง: การได้รับอาหารเหลวเพียงอย่างเดียวเป็นเวลานานอาจทำให้การเคลื่อนตัวของลำไส้เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง
💡 ทางเลือกเมื่อต้องให้อาหารระยะยาว (Long-term Option)
หากแพทย์ประเมินว่าผู้ป่วยต้องได้รับอาหารทางสายยาง นานเกิน 4–6 สัปดาห์ แพทย์มักจะแนะนำให้เปลี่ยนจากการใส่สายทางจมูก (NG Tube) เป็น "การเจาะหน้าท้อง" (PEG - Percutaneous Endoscopic Gastrostomy) แทนครับ
ข้อดีของการเจาะหน้าท้องเทียบกับสายทางจมูก:
ลดความเสี่ยงปอดอักเสบจากการสำลัก
ลดอาการระคายเคืองจมูกและลำคอ
ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวขึ้นและดูแลความสะอาดได้ง่ายกว่า
ลดโอกาสการดึงสายหลุดในผู้ป่วยที่สับสน
🛡️ วิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดผลเสีย
เปลี่ยนตำแหน่งพลาสเตอร์: ขยับจุดที่สายกดทับปีกจมูกเล็กน้อยทุก 1–2 วัน
ทำความสะอาดช่องปาก: แปรงฟันหรือเช็ดทำความสะอาดเหงือกและลิ้นวันละ 2 ครั้งเสมอ
ฝึกการกลืน (ถ้าทำได้): ปรึกษานักกายภาพเพื่อฝึกบริหารกล้ามเนื้อปากและลำคอ
สังเกตสภาพสาย: หากสายเริ่มขุ่น มีจุดดำ หรือแข็งกระด้าง ให้แจ้งพยาบาลเพื่อเปลี่ยนสายทันที